บทความ

ข่าว

ลูกก็ไม่ใช่ หลานก็ไม่ใช่ ทนายมหาหมีฟันเปรี้ยง! ป้าดาหมดสิทธิ์ทวงที่วัดคืน ที่ดินตกเป็นสมบัติสงฆ์ตั้งแต่ปี 33

priceradarscan13 สิงหาคม 25691 นาที
ลูกก็ไม่ใช่ หลานก็ไม่ใช่ ทนายมหาหมีฟันเปรี้ยง! ป้าดาหมดสิทธิ์ทวงที่วัดคืน ที่ดินตกเป็นสมบัติสงฆ์ตั้งแต่ปี 33

ประเด็นที่ดิน วัดป่าอดุลยาราม จ. ขอนแก่น ยังเป็นเรื่องร้อน หลังมีการโต้แย้งกรรมสิทธิ์ระหว่างฝ่ายวัดกับฝ่ายที่อ้างสิทธิจากกองมรดกของ นายเฮียง พิมพ์ศรี ขณะ..

ประเด็นที่ดิน วัดป่าอดุลยาราม จ.ขอนแก่น ยังเป็นเรื่องร้อน หลังมีการโต้แย้งกรรมสิทธิ์ระหว่างฝ่ายวัดกับฝ่ายที่อ้างสิทธิจากกองมรดกของ นายเฮียง พิมพ์ศรี ขณะที่ “ทนายมหาหมี” หรือ ดร.ประยุทธ ประเทศเสนา ออกมาให้ความเห็นทางกฎหมายว่า จุดสำคัญของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่เพียงว่าโฉนดยังเป็นชื่อใคร แต่ต้องย้อนดูว่าเจ้าของเดิมได้แสดงเจตนาอุทิศที่ดินเพื่อสร้างวัดไว้แล้วหรือไม่

ตามข้อมูลที่มีการเปิดเผย นายเฮียงมีการทำหนังสือเกี่ยวกับการยกที่ดินเพื่อสร้างวัดตั้งแต่ปี 2533 ก่อนที่วัดป่าอดุลยารามจะได้รับอนุญาตจัดตั้งเป็นวัดอย่างถูกต้องเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2541 โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่นยืนยันว่า ปัจจุบันวัดแห่งนี้เป็นวัดราษฎร์ที่มีสถานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย

ประเด็นนี้สอดคล้องกับแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7638/2538 ซึ่งสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยานำมาเผยแพร่เป็นกรณีศึกษาว่าด้วยการยกที่ดินเพื่อสร้างวัดในขณะที่ยังไม่มีวัดเกิดขึ้น โดยหลักสำคัญอยู่ที่ เจตนาของเจ้าของที่ดินในการอุทิศที่ดินเพื่อสร้างวัด

พูดเป็นภาษาชาวบ้านก็คือ เรื่องนี้ไม่ได้จบแค่คำถามว่า “ชื่อใครอยู่หลังโฉนด” แต่ต้องดูฐานตั้งแต่ต้นว่า ที่ดินผืนนั้นยังเป็นทรัพย์ในกองมรดกอยู่หรือไม่ หากศาลวินิจฉัยว่าเจ้าของเดิมได้อุทิศเพื่อสร้างวัดโดยสมบูรณ์แล้ว ทายาทก็ไม่อาจอ้างสิทธิในฐานะมรดกเหนือที่ดินส่วนนั้นได้

ส่วนสถานะของ “ป้าดา” นั้น ข้อมูลจากครอบครัวระบุว่าเป็นญาติทางฝ่ายภรรยาของนายเฮียง ไม่ใช่บุตรของนายเฮียงโดยตรง อย่างไรก็ตาม แอดขอเน้นตรงนี้ว่า ความเป็นญาติของป้าดาไม่ใช่ประเด็นชี้ขาดเพียงอย่างเดียว เพราะในทางคดีต้องดูด้วยว่าผู้ดำเนินการอ้างสิทธิในฐานะใด ได้รับมอบอำนาจจากใคร และผู้มอบอำนาจยังมีสิทธิในทรัพย์นั้นอยู่หรือไม่

ที่ผ่านมาเคยมีคดีที่ภรรยาของนายเฮียงฟ้องวัด ก่อนที่ศาลชั้นต้นจะยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน และศาลฎีกาไม่รับคดีไว้พิจารณา ส่วนคดีชุดล่าสุด ศาลจังหวัดขอนแก่นมีคำพิพากษายกฟ้อง และศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืนเช่นกัน โดยศาลพิจารณาประเด็นเจตนาอุทิศที่ดินและการจัดตั้งวัดเป็นสาระสำคัญ

แต่เรื่องยังไม่ควรถูกเขียนว่า “จบแล้ว” แบบเด็ดขาด เพราะข้อมูลล่าสุดวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ระบุว่า คดีชุดล่าสุดยังอยู่ระหว่างการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เพื่อให้พิจารณาว่าจะรับฎีกาไว้หรือไม่ จึงต้องติดตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป

สรุปสั้น ๆ แบบแอดว่า ปมนี้ต้องดู “ฐานสิทธิ” ก่อนจริง ๆ ว่า นายเฮียงได้อุทิศที่ดินเพื่อสร้างวัดจนเกิดผลทางกฎหมายแล้วหรือยัง หากฐานสิทธิในกองมรดกไม่มีอยู่ การมอบอำนาจต่อกันก็ไม่สามารถสร้างกรรมสิทธิ์ใหม่ขึ้นมาได้ แต่คำชี้ขาดสุดท้ายของคดีที่ยังดำเนินอยู่ ต้องเป็นไปตามกระบวนการของศาลครับพี่น้อง

แชร์เรื่องนี้